|
ชื่อ - ฉายา
|
คติธรรม คำสอนสำคัญ
|
| |
|
|
หลวงปู่จันทร์ สิริจนฺโท
|
เปล่า…ไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครตาย นามรูป ธาตุขันธ์ อายตนะ เกิดขึ้นแล้วดับไปต่างหาก |
|
|
|
|
หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
|
ถ้าหากภูมิจิตของผู้ปฏิบัติจะมองเห็นแต่เพียงกายทั้งหมดนี้เป็นแต่เพียงธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ รู้แต่เพียงว่าธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และภูมิจิตของท่านอยู่แค่นั้น ก็มีความรู้เพียงแค่ชั้นสมถกรรมฐาน ถ้าภูมิจิตของผู้ปฏิบัติ ปฏิบัติความรู้ไปสู่พระไตรลักษณ์ ถ้าหากมีอนิจจสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่เที่ยง ทุกขสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นทุกข์ (เพราะตั้งอยู่ไม่ได้) อนัตตสัญญา ความสำคัญมั่นหมายว่าไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ภูมิจิตของผู้ปฏิบัตินั้นก็ก้าวเข้าสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา |
|
|
|
|
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
|
แก้ให้ตกเน้อ แก้บ่ตกคาพกเจ้าไว้ แก้บ่ได้แขวนคอต่องแต่ง แก้บ่พ้นคาก้นย่างยาย คาย่างยายเวียนตายเวียนเกิด เวียนเอากำเนิดในภพทั้งสาม ภพทั้งสามเป็นเฮือนเจ้าอยู่ |
|
|
|
|
หลวงปู่จันทร์ เขมิโย
|
ผู้ใดอยากดี อย่าพากันพูดเล่น ให้พากันขยันหมั่นเพียร อย่าเป็นคนเกียจคร้าน ผู้ใดอวดเก่ง ผู้นั้นเป็นคนขี้ขลาด ผู้ใดอวดฉลาด ผู้นั้นเป็นคนโง่ ผู้ใดคุยโว ผู้นั้นเป็นคนไม่เอาถ่าน อยากเป็นคนดี ต้องทำดีถูก |
|
|
|
|
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
|
ของเก่าปกปิดความจริง ตัดอดีต อนาคตลงให้หมด จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน ทำในปัจจุบัน แจ้งอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีความเพียร ไม่มีความสำเร็จ |
|
|
|
|
หลวงปู่ดุลย์ อตุโล
|
คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ต้องหยุดคิดให้ได้จึงรู้ แต่ก็ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้ คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ต้องปฏิบัติถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี |
|
|
|
|
หลวงปู่ทองรัตน์ กนฺตสีโล
|
(...ลูกชายตายหรือ) ให้มันตาย ให้มันตายหมดโคตร หมดเชื้อหมดแนวมัน หมดพ่อหมดแม่มัน (นี่แหละเท่าทันวัฏสังขาร...) |
|
|
|
|
หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
|
พุทธะคือผู้รู้ก็ตัวเรานี้เอง เปรียบได้กับไข่อยู่ข้างในเปลือก ทำให้เปลือกไข่แตกเราก็ได้ไข่ พิจารณาร่างกายของเราให้แตก แล้วเราก็จะได้ธรรมะ |
|
|
|
|
หลวงปู่จูม พนฺธุโล
|
ความรัก ความชัง เป็นปฏิปักษ์ธรรม |
|
|
|
|
หลวงปู่ขาว อนาลโย
|
ทำไมเกิดมาไม่เหมือนกันล่ะ ไม่เหมือนกันคือความประพฤติ ผู้นี้เขาประพฤติดี เขามีการรักษาศีล มีการให้ทาน มีการสดับรับฟัง เขาจึงมีปัญญาดี มีการศึกษาเล่าเรียนดี อยู่ไหนก็มีแต่กรรมดี |
|
|
|
|
หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
|
วิธีแก้จิตก็คือวิธีนั่งสมาธินี้เอง แต่ก็เป็นของที่ขาดคราวมานาน จนผู้ศึกษาพระพุทธศาสนาเข้าใจผิดไปหมดว่าหมดคราวหมดสมัย หมดเขตมรรคผลธรรมวิเศษเสียแล้ว |
|
|
|
|
หลวงปู่กินรี จนฺทิโย
|
ถ้าขาดสติ โอกาสที่จิตใจจะวิ่งไปตามอารมณ์ภายนอกมันก็มีมากขึ้น และอารมณ์ทั้งหลายก็ย่อมครอบงำจิตให้หลงใหลมัวเมาได้ง่ายขึ้น |
|
|
|
|
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
|
บุญกุศลนั้นก็ไม่ใช่อื่นไกล ก็ได้แก่ทานบารมี ศีลบารมี ภาวนาบารมีนี้แหละ ทานก็รู้อยู่แล้ว คือการสละหรือการละการวาง ผู้ใดละมาก วางได้มาก ก็เป็นผลานิสงส์มาก ผู้ใดวางได้น้อย ละได้น้อย ก็มีผลานิสงส์น้อย |
|
|
|
|
หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโณ
|
เราจะกลัวเสือหรือกลัวกิเลส กิเลสมันทำให้เราตายนับภพนับชาติไม่ถ้วน เสือตัวนี้มันทำให้เราตายได้หนเดียว |
|
|
|
|
หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
|
จิตติดที่ไหน ย่อมไปเกิด ณ ที่นั้น จิตติดเรือนก็อาจจะมาเกิดเป็นจิ้งจกตุ๊กแกได้ แม้แต่พระภิกษุติดจีวรยังไปเกิดเป็นเล็น น่าหวาดกลัวนัก แล้วกิเลสมีร้อยแปดประตู พุทโธมีประตูเดียว เพราะฉะนั้นให้ฝึกหัดปฏิบัติให้คุ้นเคย วาระที่เราจะเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติจะเข้าจิตได้ทันหรือเปล่า |
|
|
|
|
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
|
...แน่นอน มรรคผลนั้นคงอยู่แค่เอื้อมนั้นเอง เทศน์ที่สั้นที่สุด...วาง พิจารณาตน วางตัวเจ้าของ จิตตะในอิทธิบาท 4 เอาใจใส่ นั่งก็ตาย นอนก็ตาย ยืนก็ตาย เดินก็ตาย |
|
|
|
|
หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
|
การคลี่คลายคือการเปิดดูหัวของกิเลสนั่นเอง มันหลบ มันซ่อน มันยึด มันถืออยู่ตรงไหน มันยึดมันถือว่าอันไหนสวยอันไหนงาม ธรรมะฟาดเข้าไปๆ มันสวยที่ไหน มันงามที่ไหน |
| |
|